ธุรกิจ Dropship แชร์ประสบการณ์กัน

Dropshipping คือ อะไร

สำหรับการเริ่มธุรกิจด้ว Dropshipping คุณก็ต้องรู้ก่อนว่า Dropshipping คือ อะไร เราอธิบายคร่าวๆให้ฟังแบบนี้ค่ะ Dropshipping ก็คือ การขายสินค้าจากหน้าร้านของเรา แต่สินค้าจริงๆไม่ใช่สินค้าของเรา และเราก็ไม่ได้สต๊อกสินค้าไว้เอง และเราก็ไม่ได้ส่งสินค้าไปให้ลูกค้าเองด้วย เมื่อลูกค้าสั่งสินค้าจากหน้าร้านเรา เราจะสร้าง Order และส่ง Order นั่นไปให้กับ supplier ซึ่งเป็น Dropship ของเรา เมื่อ supplier ได้รับ Order แล้วก็จะทำการ Pack สินค้าและส่งของไปให้ลูกค้าของเราโดยตรง

Dropshipping ก็เป็น fulfillment method อีกแบบหนึ่งค่ะ โดยที่ร้านเราไม่ต้องเก็บสินค้าที่ขายเองในสต๊อก และไม่ต้องส่งสินค้าให้ลูกค้าเองด้วย

dropshipping process
Dropshipping Overview

วิธีหา Dropshipping suppliers

อย่างแรกก่อน คุณจะขายอะไร มีตลาดรองรับไหม คุณจะขายให้ใคร (ถ้าคุณบอกว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณคือ ทุกคนหรือคนทั่วไป แสดงว่า คุณไม่รู้ว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายคุณคือ ใคร ต้องกลับไปทำความเข้าใจธุรกิจคุณใหม่) มีคู่แข่งแยะแค่ไหน โอกาสที่คุณจะขายได้มีมากน้อยแค่ไหน ตลาดที่จะขายมีขอบเขตแค่ไหน เช่น ภายในจังหวัด ภายในประเทศ ทั่วโลก หรือเฉพาะฝั่งยุโรป เป็นต้น

หลังจากนั่นก็หา dropshipping suppliers ง่ายที่สุดก็ search หาทาง internet หาสินค้าตามที่คุณได้ตั้งไว้ว่าจะขายอะไร และขายที่ location ไหน เช่น ขายที่อเมริกา ขายที่ยุโรป เป็นต้น

สำหรับ dropship suppliers จะมี dropship program ให้อยู่แล้ว คุณต้องไปดิวกับทาง suppliers ว่าจะส่ง stock data มาให้คุณอัพเดทที่เว็บคุณยังไง จะเป็น CSV file, excel file, API (restful API, XML) หรือแบบไหน และอัพเดทให้คุณบ่อยแค่ไหน คือ ส่ง stock data มาให้ update ทุก 15 วันหรือทุกเดือน เงื่อนไขการชำระเงินเป็นยังไง ชำระผ่านระบบชำระเงินอะไร

สำหรับบาง suppliers ไม่มี droppping program แต่เราอยากให้เค้ามาเป็น dropshipping suppliers ให้เรา เราก็ติดต่อเค้าไปเลย ส่วนใหญ่ทาง suppliers จะให้เป็น discount code มาให้ หรือให้เป็น commision ให้เรา พูดง่ายๆก็คือ ขายให้เราในราคา Wholesale นั่นเอง

วิธีทำงานร่วมกับ Dropshipping suppliers

เนื้อหาที่เขียนมาจากประสบการณ์การทำงานกับลูกค้าจริง เราเอามาแชร์ให้ฟังค่ะ ไม่มีถูกไม่มีผิด ประสบการณ์คุณเองอาจแตกต่างออกไป

Dropship suppliers แบบมี dropship program

สำหรับ dropship suppliers ที่มี dropship program ส่วนใหญ่ suppliers แบบนี้จะมี Policy ที่ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าจากหน้าร้านเรา เว็บเราก็จะส่ง Order พร้อม email notification ไปที่ dropship suppliers หลังจากนั้น suppliers ก็จะเตรียมสินค้า หลังจากนั้นก็ ship สินค้าไปให้ลูกค้าเรา โดยจะส่ง tracking number มาให้เรา เพื่อให้เราส่งไปให้ลูกค้าเราอีกที ส่วนการจ่ายเงิน เราก็อาจจะทำจ่ายทุกๆเดือนให้ dropship suppliers เรา หรือแล้วแต่ Policy ของเราหรือของ dropship suppliers อันนี้ตามแต่ตกลงกัน เขียนสัญญาให้ชัดเจน

การจ่ายเงินให้ dropship suppliers ต่างประเทศก็ต้องจ่ายเป็นเงินสกุลของบ้านเค้า หมายความว่า คุณอาจมีค่าธรรมเนียมโอนเงินเป็นเงินสกุลต่างประเทศด้วย

ในกรณีลูกค้ายกเลิก Order, ขอคืนเงิน หรือสินค้าเสียหายจากการขนส่ง หรือจากการ Pack คุณก็ต้องมี Policy รองรับไว้เป็นแนวทางที่ชัดเจนด้วย ยิ่งถ้าคุณใช้ dropship supplier ที่อยู่ต่างประเทศ แล้วส่งสินค้าให้คุณไปอีกประเทศ ค่า fee อื่นๆอาจต้องมีในการยกเลิก Order, Refund, สินค้าเสียหาย คุณต้องเอา cost พวกนี้มาคิดด้วย

สำหรับสินค้าที่ส่งไปให้ลูกค้า ถ้าคุณต้องการให้ติด Label ร้านคุณ หรือเอา Label ของ supplier ออก ก็ต้องแจ้ง supplier กันก่อนล่วงหน้าค่ะ ไม่งั้นลูกค้าอาจจะงงว่า สั่งของจากร้านคุณแต่ทำไมร้านอื่นส่งมา เผลอๆไม่รับสินค้าและตีกลับมาที่ Supplier อีก

Suppliers แบบไม่มี dropship program

สำหรับ suppliers แบบนี้คือ เราอยากได้สินค้าเค้ามาขายหน้าร้านเรา แต่ suppliers ไม่มี dropship program ลักษณะนี้จะมีราคา Wholesale มาให้ จะเป็นในรูปแบบส่วนลด (discount) หรือ commission ก็แล้วแต่ตกลงกัน การทำงานจะจากหน้าร้านจะเป็นแบบนี้ค่ะ ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าจากหน้าร้านเรา เราไปซื้อสินค้ากับ supplier พร้อมส่วนลด แล้วให้ทาง supplier ส่งสินค้าไปยังลูกค้าเรา หรือให้ supplier ส่งสินค้ามาให้เราก่อน แล้วเราส่งต่อให้ลูกค้าเราอีกที จะเห็นว่า เราต้องควักเงินไปซื้อสินค้าจาก supplier เลย โดยเราเก็บส่วนต่างจากราคาที่เราขายให้ลูกค้าหน้าร้านเรา

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

  • Stock ไม่อัพเดท – Suppliers ไม่ส่ง stock data มาให้ร้านเราอัพเดทสต๊อกของเรา พอลูกค้าสั่งซื้อสินค้าแล้ว และชำระผ่านบัตรเครดิต เราก็ไปซื้อสินค้าต่อที่ suppliers แต่ปรากฏว่า supplier ไม่มีสินค้าให้เรา แบบนี้เราต้องโทรแจ้งลูกค้า และขายสินค้าอื่นแทน หรือให้ลูกค้ารอสินค้าเข้าสต๊อก(ถ้า supplier ยืนยันได้ว่าสินค้ามาจริง) หรือต้อง refund เงินไป แต่ถ้าลูกค้าชำระผ่านบัตรเครดิตมา คุณอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมคืนเงินด้วย
  • No tracking number – Suppliers ไม่ส่ง tracking number มาให้คุณ อันนี้คุณต้องจัดการแก้ปัญหากับ supplier เอง
  • สินค้าไม่ตรงปก – Suppliers ส่งสินค้ามาให้คุณ หรือส่งไปให้ลูกค้าไม่ตรงปก ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นมากกว่า 2 ครั้ง แนะนำให้ยกเลิก supplier เจ้านี้ไปเลยค่ะ
  • No response – Supplier บางราย แรกก็ตอบอีเมล รับโทรศัพท์อย่างเร็ว หลังๆ ตอบช้าเกินไปหรือไม่ตอบเลย

บทสรุป

บทความนี้เขียนจากประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าจริง คุณอ่านแล้วนำไปประกอบการทำงาน dropship ของคุณได้ค่ะ การเริ่มธุรกิจที่สำคัญที่สุด คุณต้องวางแผนธุรกิจของคุณก่อน วางแผนจัดการความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น วางแผนงบประมาณและค่าใช้จ่าย สุดท้ายค่อยมาสร้างเว็บไซต์กันค่ะ เว็บไซต์เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยทำให้ธุรกิจเกิดผลเป็นรูปธรรม เว็บไซต์สร้างจากแผนที่คุณวางไว้ค่ะ

ธุรกิจ Dropship แชร์ประสบการณ์กัน
Scroll to top